
โฮมออฟฟิศเหมาะกับคนที่ต้องการรวมพื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำงานไว้ในที่เดียว โดยเฉพาะเจ้าของธุรกิจ SME ธุรกิจครอบครัว ฟรีแลนซ์ หรือกิจการที่มีทีมงานขนาดไม่ใหญ่ ข้อดีคือช่วยลดเวลาเดินทาง แบ่งพื้นที่ทำงานและพื้นที่ส่วนตัวได้ พร้อมมีอสังหาริมทรัพย์เป็นทรัพย์สินของตัวเอง แต่ก่อนซื้อควรพิจารณาทั้งทำเล พื้นที่ใช้สอย ที่จอดรถ การเดินทาง และลักษณะธุรกิจให้เหมาะสม เพราะโฮมออฟฟิศที่ดีไม่ควรตอบโจทย์แค่วันนี้ แต่ควรรองรับการเติบโตของธุรกิจในอนาคตด้วย สำหรับผู้ที่กำลังเปรียบเทียบว่า ซื้อโฮมออฟฟิศดีไหม หรือควรเช่าสำนักงานต่อไป การมองเฉพาะราคาซื้ออาจยังไม่เพียงพอ เพราะคุณค่าของโฮมออฟฟิศอยู่ที่การนำพื้นที่หนึ่งแห่งมาใช้งานได้หลายรูปแบบ ทั้งเป็นบ้าน สำนักงาน ห้องประชุม พื้นที่รับลูกค้า หรือพื้นที่รองรับสมาชิกในครอบครัว
โฮมออฟฟิศคือที่อยู่อาศัยที่ออกแบบพื้นที่ให้สามารถประยุกต์ใช้สำหรับการทำงานหรือประกอบธุรกิจควบคู่กับการอยู่อาศัย จึงแตกต่างจากบ้านทั่วไปที่เน้นการพักอาศัยเป็นหลัก และต่างจากสำนักงานที่มักไม่มีพื้นที่ส่วนตัวสำหรับการใช้ชีวิตประจำวัน หัวใจสำคัญจึงอยู่ที่การแบ่งพื้นที่ให้แต่ละกิจกรรมไม่รบกวนกัน เช่น ชั้นล่างใช้รับลูกค้าและทำงาน ชั้นกลางเป็นพื้นที่ประชุมหรือพื้นที่ทำงานเพิ่มเติม ส่วนชั้นบนสามารถจัดเป็นพื้นที่พักผ่อน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแปลนและข้อกำหนดของแต่ละโครงการ
|
ประเด็นเปรียบเทียบ |
โฮมออฟฟิศ |
บ้านทั่วไป |
สำนักงาน |
|---|---|---|---|
|
อยู่อาศัย |
เหมาะ |
เหมาะ |
ไม่ใช่จุดประสงค์หลัก |
|
ใช้เป็นพื้นที่ทำงาน |
เหมาะ |
ต้องปรับพื้นที่ |
เหมาะ |
|
รับลูกค้าหรือคู่ค้า |
ทำได้ หากพื้นที่รองรับ |
อาจไม่สะดวก |
เหมาะ |
|
แบ่งพื้นที่ส่วนตัวกับงาน |
ทำได้ตามแปลน |
ต้องวางแผนเพิ่ม |
ไม่มีพื้นที่พักอาศัยเป็นหลัก |
|
เหมาะกับเจ้าของกิจการ |
เหมาะ |
ขึ้นอยู่กับรูปแบบบ้าน |
เหมาะ |
ดังนั้นคนที่ต้องการพื้นที่แบบ 2 in 1 สามารถพิจารณาโครงการโฮมออฟฟิศที่ออกแบบมาเพื่อรองรับทั้งการทำงานและการใช้ชีวิตเป็นอีกทางเลือกก่อนตัดสินใจ
คำตอบขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้ชีวิตและธุรกิจ หากต้องใช้พื้นที่ทำงานเป็นประจำ ต้องการรับลูกค้าหรือมีทีมงาน และต้องการถือครองอสังหาริมทรัพย์ในระยะยาว โฮมออฟฟิศมีข้อดีหลายด้านที่น่าสนใจ
ข้อดีที่เห็นได้ชัดคือไม่ต้องเดินทางระหว่างบ้านกับสำนักงานทุกวัน ช่วยลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง โดยเฉพาะเจ้าของกิจการที่ต้องดูแลงานด้วยตัวเองและต้องการความคล่องตัวในการบริหารเวลา การมีพื้นที่ทำงานอยู่ในอาคารเดียวกับที่พักยังเหมาะกับธุรกิจที่ต้องการความยืดหยุ่น เช่น บริษัทขนาดเล็ก สำนักงานที่ปรึกษา ธุรกิจออนไลน์ บริษัทออกแบบ หรือธุรกิจครอบครัว
โฮมออฟฟิศหลายชั้นมีข้อได้เปรียบตรงที่สามารถแบ่งโซนตามชั้นได้ชัดเจน เช่น ใช้ชั้นล่างเป็นพื้นที่สำนักงานและรับแขก ขณะที่ชั้นบนเป็นพื้นที่ส่วนตัว ช่วยลดปัญหางานรบกวนพื้นที่พักผ่อนมากกว่าการนำบ้านทั่วไปมาดัดแปลงเป็นสำนักงาน ก่อนซื้อจึงควรดูแปลนจริงว่า จำนวนห้องอเนกประสงค์ ห้องน้ำ และตำแหน่งบันไดเอื้อต่อการแบ่งพื้นที่หรือไม่ ไม่ควรพิจารณาเฉพาะพื้นที่ใช้สอยรวมเพียงอย่างเดียว
หากธุรกิจมีแนวโน้มเพิ่มจำนวนพนักงาน มีลูกค้าเข้ามาติดต่อ หรือจำเป็นต้องมีห้องประชุม การเลือกพื้นที่ตั้งแต่แรกให้มีความยืดหยุ่นช่วยลดโอกาสต้องย้ายสำนักงานในระยะสั้น พื้นที่อเนกประสงค์จึงมีความสำคัญ เพราะสามารถเปลี่ยนหน้าที่ตามการเติบโตของกิจการได้ ตั้งแต่ห้องทำงานส่วนตัว ห้องประชุม พื้นที่ทีมงาน ไปจนถึงพื้นที่พักอาศัย
การเช่าสำนักงานให้ความยืดหยุ่นและใช้เงินก้อนเริ่มต้นน้อยกว่าในหลายกรณี แต่ค่าเช่าที่จ่ายไม่ได้ทำให้เกิดกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ ขณะที่การซื้อโฮมออฟฟิศทำให้ผู้ซื้อมีทรัพย์สินเป็นของตัวเอง อย่างไรก็ตามไม่ควรสรุปว่าการซื้อคุ้มกว่าการเช่าเสมอไป เพราะยังต้องพิจารณาเงินดาวน์ ภาระสินเชื่อ ดอกเบี้ย ค่าใช้จ่ายในการดูแล และระยะเวลาที่คาดว่าจะใช้พื้นที่ประกอบกัน
สำหรับกิจการที่ต้องพบลูกค้า คู่ค้า หรือรับสมัครพนักงาน สถานที่ตั้งและสภาพแวดล้อมของสำนักงานมีผลต่อความน่าเชื่อถือของธุรกิจ การมีพื้นที่ทำงานเป็นสัดส่วน มีพื้นที่รับรอง และเดินทางสะดวก ย่อมสร้างประสบการณ์ที่ดีกว่าการใช้พื้นที่พักอาศัยทั่วไปเป็นสำนักงานโดยไม่ได้วางแผน
หากวันหนึ่งรูปแบบธุรกิจเปลี่ยนไป พื้นที่ภายในที่วางแผนมาดีสามารถปรับการใช้งานได้หลายรูปแบบ เช่น จากห้องพนักงานเป็นห้องทำงานส่วนตัว ห้องประชุม หรือพื้นที่สำหรับสมาชิกครอบครัว
นี่เป็นเหตุผลที่การเลือกโฮมออฟฟิศไม่ควรมองแค่จำนวนชั้น แต่ควรดูว่าพื้นที่แต่ละส่วนสามารถปรับเปลี่ยนตามชีวิตและธุรกิจในอีก 5-10 ปีข้างหน้าได้มากน้อยเพียงใด
การตัดสินใจซื้อควรเริ่มจากรูปแบบธุรกิจก่อน แล้วจึงเลือกพื้นที่ให้เหมาะสม ไม่ใช่เลือกจากราคาเพียงอย่างเดียว เพราะโฮมออฟฟิศเป็นพื้นที่ที่ต้องรองรับทั้งคนในครอบครัว พนักงาน ลูกค้า และการเดินทางในชีวิตประจำวัน
ประเด็นสำคัญที่ควรตรวจสอบ ได้แก่
ตัวอย่างเช่น ผู้ที่กำลังมองหาโฮมออฟฟิศปทุมธานี สามารถพิจารณา BLESS PREMIER ศรีสมาน - ติวานนท์ ซึ่งเป็นโฮมออฟฟิศ 3 ชั้น จำนวน 24 ยูนิต พื้นที่ใช้สอยมาตรฐาน 160 ตร.ม. มี 3 ห้องอเนกประสงค์ 1 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ และที่จอดรถส่วนตัว 2 คัน
ในด้านทำเลโครงการอยู่ติดถนน 345 โดยเว็บไซต์โครงการระบุว่าสะพานปทุมธานี 2 อยู่ห่างประมาณ 450 เมตร และทางด่วนอุดรรัถยาประมาณ 5.5 กิโลเมตร ส่วนสถานที่รอบโครงการมีชื่อชัดเจน เช่น เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ ติวานนท์ประมาณ 4 กิโลเมตร โรบินสัน ศรีสมานประมาณ 6 กิโลเมตร โรงเรียนสาธิตปทุมธานีประมาณ 2.4 กิโลเมตร และมหาวิทยาลัยรังสิตประมาณ 11 กิโลเมตร สำหรับผู้ที่ยังไม่แน่ใจว่าต้องการพื้นที่สำหรับทำธุรกิจเต็มรูปแบบหรือเน้นอยู่อาศัยเป็นหลัก อาจเปรียบเทียบกับทาวน์โฮมศรีสมานอย่าง BLESS TOWN ศรีสมาน - ติวานนท์ ซึ่งเป็นทาวน์โฮม 3 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 182 ตร.ม. 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ห้องเก็บของ และ 2 ที่จอดรถ เพื่อดูว่ารูปแบบใดสอดคล้องกับการใช้ชีวิตมากกว่า
โฮมออฟฟิศเหมาะเป็นพิเศษกับคนที่ต้องการให้พื้นที่ทำงานเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิต แต่ยังต้องการแบ่งสัดส่วนให้ชัดเจน เช่น เจ้าของกิจการ SME ธุรกิจครอบครัว ฟรีแลนซ์ที่มีทีมงาน บริษัทที่มีลูกค้าเข้าพบเป็นครั้งคราว หรือผู้ที่กำลังขยายกิจการจากการทำงานที่บ้านไปสู่สำนักงานที่เป็นสัดส่วนมากขึ้น
สรุปกลุ่มที่เหมาะกับโฮมออฟฟิศ
หากธุรกิจยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นและต้องการความยืดหยุ่นสูง การเช่าอาจเหมาะกว่า แต่หากมีแผนใช้พื้นที่ระยะยาว ต้องการทั้งสำนักงานและที่พักอาศัย และพร้อมรับภาระสินเชื่อ การซื้อโฮมออฟฟิศเป็นอีกทางเลือกที่ควรนำมาคำนวณเปรียบเทียบต้นทุนรวม
โฮมออฟฟิศบางโครงการได้รับการออกแบบให้รองรับทั้งการพักอาศัยและการทำงาน เช่น มีห้องนอน ห้องน้ำ และพื้นที่อเนกประสงค์ แต่ควรตรวจสอบแปลนและรายละเอียดของแต่ละโครงการก่อนตัดสินใจ เนื่องจากฟังก์ชันแตกต่างกัน
ควรให้ความสำคัญมาก โดยเฉพาะธุรกิจที่มีพนักงาน ลูกค้า หรือคู่ค้าเข้ามาติดต่อ นอกจากจำนวนที่จอดรถส่วนตัวแล้ว ควรตรวจสอบพื้นที่จอดรถส่วนกลางและรูปแบบการบริหารจัดการพื้นที่ดังกล่าวด้วย
เหมาะกับกิจการที่ต้องการแบ่งพื้นที่ตามหน้าที่ เช่น ชั้นหนึ่งเป็นพื้นที่รับลูกค้า ชั้นสองเป็นสำนักงานหรือห้องประชุม และชั้นบนเป็นพื้นที่ส่วนตัว อย่างไรก็ตาม การจัดพื้นที่จริงควรพิจารณาจากจำนวนพนักงาน ประเภทกิจการ และรูปแบบแปลนของแต่ละโครงการ
ควรเลือกทำเลที่เดินทางได้หลายเส้นทาง เชื่อมต่อถนนหลักหรือทางด่วน และมีสถานที่จำเป็นอยู่ในระยะเหมาะสม เช่น ศูนย์การค้า โรงพยาบาล และสถานศึกษา หากมีลูกค้าเดินทางเข้าพบบ่อย ควรพิจารณาความสะดวกของผู้มาติดต่อควบคู่กับความสะดวกของเจ้าของธุรกิจ
ปทุมธานีมีพื้นที่ที่เชื่อมต่อกรุงเทพฯ และนนทบุรีได้หลายเส้นทาง โดยเฉพาะโซนศรีสมาน-ติวานนท์ที่เชื่อมถนน 345 และทางด่วนอุดรรัถยาได้ ผู้ซื้อจึงควรพิจารณาตำแหน่งโครงการจริง ระยะทางไปยังเส้นทางที่ใช้ประจำ และสิ่งอำนวยความสะดวกรอบพื้นที่ประกอบกัน ไม่ควรตัดสินจากชื่อทำเลเพียงอย่างเดียว
หากต้องการพื้นที่ที่รวมการอยู่อาศัยและการทำธุรกิจไว้ด้วยกัน มีแผนใช้พื้นที่ระยะยาว และต้องการพื้นที่ที่ปรับตามการเติบโตของกิจการได้โฮมออฟฟิศถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ แต่ควรเปรียบเทียบราคา ค่าใช้จ่าย พื้นที่ใช้สอย ที่จอดรถ ทำเล และข้อกำหนดเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจก่อนตัดสินใจทุกครั้ง BLESS ASSET GROUP ผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ทั้งแนวราบและแนวสูง ครอบคลุมบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม และโฮมออฟฟิศ โดยเน้นการออกแบบพื้นที่ให้ใช้งานได้จริงและตอบโจทย์การใช้ชีวิต สำหรับผู้ที่กำลังมองหาพื้นที่ซึ่งรองรับทั้งการทำงานและการอยู่อาศัย สามารถดูโครงการ BLESS PREMIER ศรีสมาน - ติวานนท์ โฮมออฟฟิศ 3 ชั้น เพื่อเปรียบเทียบแปลน ฟังก์ชัน ทำเล และรายละเอียดโครงการก่อนตัดสินใจ
หมายเหตุ: ราคา โปรโมชั่น ระยะทาง รายละเอียดแบบบ้าน และเงื่อนไขของโครงการอาจมีการเปลี่ยนแปลง ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับโครงการก่อนตัดสินใจ
ข้อมูลโดย
ทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ บริษัท เบล็ส แอสเสท กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) Bless Asset Group PCL. ผู้พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยคุณภาพในกรุงเทพฯ และปริมณฑล พร้อมประสบการณ์ในการพัฒนาโครงการบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม ตอบโจทย์การอยู่อาศัยในทำเลศักยภาพ