การกู้ซื้อบ้านหลังแรกไม่ใช่แค่การเตรียมเอกสารให้ครบ แต่ยังต้องวางแผนด้านรายได้ ภาระหนี้ ประวัติทางการเงิน และเงินสำรองอย่างเหมาะสม เพราะทั้งหมดล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่สถาบันการเงินใช้พิจารณาอนุมัติสินเชื่อ หากเตรียมตัวตั้งแต่เนิ่น ๆ ก็สามารถเพิ่มโอกาสกู้ซื้อบ้านผ่านได้ง่ายขึ้น ลดความเสี่ยงในการถูกปฏิเสธ และทำให้การเลือกบ้านในโครงการที่ตรงกับงบประมาณเป็นเรื่องง่ายมากขึ้น สำหรับคนที่กำลังมองหาบ้านเดี่ยว บ้านแฝด หรือทาวน์โฮมในกรุงเทพฯ และปริมณฑล บทความนี้รวบรวมเช็กลิสต์ที่ควรรู้ก่อนยื่นกู้ พร้อมเทคนิคที่ช่วยให้การขอสินเชื่อเป็นไปอย่างราบรื่น
หลายคนเข้าใจว่ามีรายได้ประจำก็สามารถกู้ซื้อบ้านได้ทันที แต่ในความเป็นจริง ธนาคารจะพิจารณาความสามารถในการผ่อนชำระร่วมกับความมั่นคงทางการเงินในหลายด้าน ดังนั้นก่อนเลือกบ้านที่ถูกใจ ควรตรวจสอบความพร้อมของตัวเองก่อน
สิ่งที่ควรเตรียม ได้แก่
หากเตรียมครบทุกด้านตั้งแต่แรก โอกาสได้รับการอนุมัติสินเชื่อจะสูงขึ้น และยังช่วยให้เลือกวงเงินที่เหมาะสมกับกำลังผ่อนของตัวเองได้อีกด้วย
|
รายการ |
สิ่งที่ควรเตรียม |
|---|---|
|
รายได้ |
สลิปเงินเดือนหรือหนังสือรับรองเงินเดือน |
|
Statement |
ย้อนหลัง 6 เดือน |
|
เครดิตบูโร |
ไม่มีหนี้เสียหรือค้างชำระ |
|
เงินดาวน์ |
ประมาณ 5–20% ของราคาบ้าน (ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขสินเชื่อ) |
|
ค่าใช้จ่ายวันโอน |
ค่าโอน ค่าจดจำนอง และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ |
|
ภาระหนี้ |
ควรอยู่ในระดับที่สามารถผ่อนต่อเดือนได้ |
การยื่นกู้บ้านไม่ได้พิจารณาเฉพาะรายได้ แต่เป็นการประเมินภาพรวมทางการเงินของผู้กู้ หากจัดการแต่ละเรื่องได้ดี จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือในการขอสินเชื่ออย่างมาก
ผู้ที่มีรายได้ประจำจะได้รับการพิจารณาได้ง่ายกว่า แต่สำหรับเจ้าของกิจการหรือฟรีแลนซ์ก็สามารถกู้ได้ หากมีเอกสารรายรับและการเดินบัญชีที่ชัดเจน
ควรหลีกเลี่ยงการผ่อนรถ เปิดบัตรเครดิตใหม่ หรือซื้อสินค้าผ่อน 0% ก่อนยื่นกู้ เพราะจะทำให้ภาระหนี้เพิ่มขึ้น
การชำระหนี้ตรงเวลาจะช่วยสร้างประวัติทางการเงินที่ดี ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการอนุมัติสินเชื่อ
ควรมีเงินเข้าออกบัญชีเป็นประจำ และหลีกเลี่ยงการฝากเงินก้อนใหญ่ก่อนยื่นกู้เพียงไม่นาน เพราะอาจถูกสอบถามที่มาของรายได้
แม้จะได้รับอนุมัติเต็มวงเงิน แต่ยังมีค่าใช้จ่ายอื่น เช่น ค่าประเมิน ค่าจดจำนอง ค่าโอนกรรมสิทธิ์ และค่าตกแต่งบ้านเบื้องต้น
โดยทั่วไป ค่างวดบ้านไม่ควรเกินประมาณ 35–40% ของรายได้ต่อเดือน เพื่อให้สามารถบริหารค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้อย่างสมดุล
บ้านที่มีคุณภาพก่อสร้างดี ทำเลเดินทางสะดวก และมีราคาสอดคล้องกับกำลังซื้อ จะช่วยให้การตัดสินใจของทั้งผู้ซื้อและสถาบันการเงินเป็นไปอย่างมั่นใจมากขึ้น
หากกำลังมองหาทาวน์โฮม 2 ชั้นที่ออกแบบพื้นที่ใช้สอยคุ้มค่า เหมาะสำหรับครอบครัวเริ่มต้น โครงการทาวน์โฮม 2 ชั้น Bless Ville สุขุมวิท–บางปู เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งด้านงบประมาณและการอยู่อาศัยระยะยาว
นอกจากการเตรียมตัวด้านสินเชื่อแล้วการเลือกประเภทบ้านก็มีผลต่อภาระทางการเงินในระยะยาวเช่นกัน ตัวอย่างเช่น ครอบครัวที่ต้องการพื้นที่ใช้สอยเพิ่ม อาจเลือกทาวน์โฮม 3 ชั้นปทุมธานีซึ่งมีพื้นที่รองรับสมาชิกหลายช่วงวัย หรือใช้ชั้นล่างเป็นห้องทำงานได้อย่างลงตัว ส่วนผู้ที่ต้องการพื้นที่ใช้สอยใกล้เคียงบ้านเดี่ยวแต่ยังควบคุมงบประมาณได้ การเลือกโครงการบ้านแฝดแถวสมุทรปราการหรือทาวน์โฮมบางพลีทำเลน่าอยู่ก็เป็นอีกทางเลือกที่ได้รับความนิยม เนื่องจากเดินทางเชื่อมต่อถนนสุขุมวิท ถนนเทพารักษ์ และนิคมอุตสาหกรรมบางปูได้สะดวก เหมาะทั้งสำหรับการอยู่อาศัยและการเดินทางไปทำงานในกรุงเทพฯ และจังหวัดสมุทรปราการ ก่อนตัดสินใจซื้อบ้านแนะนำให้ศึกษาปัจจัยด้านทำเลเพิ่มเติม เช่น การเดินทางเข้าเมือง ความใกล้กับสถานีรถไฟฟ้า BTS หรือสถานที่สำคัญเพื่อให้บ้านที่เลือกตอบโจทย์การใช้ชีวิตในระยะยาว
เงินดาวน์ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละโครงการและสถาบันการเงิน โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 5–20% ของราคาบ้าน ทั้งนี้บางช่วงอาจมีแคมเปญพิเศษที่ช่วยลดภาระเงินดาวน์หรือมีเงื่อนไขสินเชื่อที่เอื้อต่อผู้ซื้อบ้านหลังแรก จึงควรสอบถามรายละเอียดกับโครงการและธนาคารก่อนตัดสินใจ
โดยทั่วไปผู้ที่ต้องการขอสินเชื่อบ้านกับธนาคารมักควรมีรายได้ประจำหรือเงินเดือนตั้งแต่ 15,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป อย่างไรก็ตาม การอนุมัติสินเชื่อไม่ได้พิจารณาจากเงินเดือนเพียงอย่างเดียว แต่ยังคำนึงถึง รายได้สุทธิ ความสามารถในการผ่อนชำระ ภาระหนี้สินเดิม ประวัติเครดิต และวงเงินที่ต้องการกู้ หากมีรายได้สม่ำเสมอ ภาระหนี้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม และมีประวัติการชำระหนี้ที่ดีก็จะช่วยเพิ่มโอกาสในการได้รับอนุมัติสินเชื่อมากขึ้น
หากเป็นประวัติค้างชำระหรือหนี้เสีย อาจส่งผลต่อการอนุมัติสินเชื่อ แต่หากปิดบัญชีเรียบร้อยและรักษาวินัยทางการเงินต่อเนื่อง ก็สามารถยื่นกู้ใหม่ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์การพิจารณาของแต่ละธนาคาร
การกู้ร่วมช่วยเพิ่มรายได้รวมในการพิจารณาสินเชื่อ ทำให้มีโอกาสได้รับวงเงินสูงขึ้น เหมาะสำหรับคู่สมรส คนในครอบครัว หรือผู้ที่มีรายได้คนเดียวแต่ต้องการเพิ่มความสามารถในการกู้ อย่างไรก็ตาม ผู้กู้ร่วมทุกคนจะมีภาระผูกพันร่วมกันตามสัญญาเงินกู้
โดยทั่วไปควรเลือกโครงการและบ้านที่ต้องการก่อน เพราะธนาคารจะใช้ข้อมูลราคาบ้าน รายละเอียดโครงการ และเอกสารประกอบการซื้อขายในการพิจารณาสินเชื่อ หากยังไม่แน่ใจเรื่องวงเงิน สามารถขอคำปรึกษาจากโครงการหรือธนาคารเพื่อประเมินความสามารถในการกู้เบื้องต้นได้
การกู้ซื้อบ้านหลังแรกจะง่ายขึ้นเมื่อเตรียมตัวอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การตรวจสอบรายได้ ภาระหนี้ เครดิตบูโร เงินดาวน์ และเอกสารที่จำเป็น หากวางแผนการเงินล่วงหน้า เลือกบ้านที่เหมาะกับกำลังผ่อน และศึกษารายละเอียดของสินเชื่ออย่างรอบคอบ ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสได้รับการอนุมัติและลดความกังวลในระหว่างกระบวนการยื่นกู้ สำหรับผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ และปริมณฑล การเลือกโครงการที่มีคุณภาพ พร้อมฟังก์ชันการใช้งานครบครันตั้งแต่วันแรก ก็เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยให้การซื้อบ้านคุ้มค่าในระยะยาว Bless Asset Group พัฒนาโครงการบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม 2–3 ชั้น และโฮมออฟฟิศ โดยให้ความสำคัญกับโครงสร้างแข็งแรงด้วยระบบ Wall Form พื้นที่ใช้สอยกว้าง ฟังก์ชันตอบโจทย์การใช้ชีวิตจริง เช่น Penthouse Bedroom และห้องอเนกประสงค์ชั้นล่าง พร้อมทำเลใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนในปทุมธานีและสมุทรปราการที่เดินทางสะดวก หากกำลังวางแผนซื้อบ้านหลังแรก สามารถเลือกชมโครงการบ้านที่เหมาะกับงบประมาณและไลฟ์สไตล์ของตนเองได้
ข้อมูลโดย
ทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ บริษัท เบล็ส แอสเสท กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) Bless Asset Group PCL. ผู้พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยคุณภาพในกรุงเทพฯ และปริมณฑล พร้อมประสบการณ์ในการพัฒนาโครงการบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม ตอบโจทย์การอยู่อาศัยในทำเลศักยภาพ