20 พฤษภาคม 2569

รีไฟแนนซ์...วิธีลดดอกเบี้ยสินเชื่อบ้าน

รีไฟแนนซ์บ้าน (Refinance) คืออะไร

การรีไฟแนนซ์บ้าน (Refinance) คือ การขอยื่นกู้สินเชื่อบ้านกับธนาคารแห่งใหม่ เพื่อลดภาระเงินกู้จากธนาคารเดิมที่มีอยู่ ซึ่งเป็นการโอนยอดหนี้และหลักประกันจากอีกธนาคารนำไปชำระหนี้ที่เรามีอยู่กับธนาคารเดิม เพื่อให้ได้รับอัตราดอกเบี้ยบ้านลดลงกว่าอัตราดอกเบี้ยที่จ่ายอยู่ในปัจจุบัน ช่วยให้ยอดผ่อนชำระต่อเดือนน้อยลงและผ่อนบ้านหมดเร็วยิ่งขึ้น

ข้อควรรู้ก่อนรีไฟแนนซ์บ้าน

โดยทั่วไปเราสามารถรีไฟแนนซ์บ้านได้เมื่อสัญญาสินเชื่อกับธนาคารแรกหมดอายุลง ซึ่งส่วนใหญ่มักกำหนดไว้ที่ 3 ปี แต่หากต้องการรีไฟแนนซ์ก่อนครบกำหนด ก็อาจทำได้เช่นกัน เพียงแต่อาจมีค่าธรรมเนียมหรือค่าปรับตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในสัญญาเดิม

ข้อดีของการรีไฟแนนซ์

  • ลดดอกเบี้ยเงินกู้ ด้วยอัตราใหม่ที่ต่ำกว่าเดิม
  • เพิ่มโอกาสรับวงเงิน มากกว่ายอดคงค้างเดิมในบางกรณี
  • ลดภาระรายเดือน ทำให้ค่างวดผ่อนชำระน้อยลงและมีโอกาสปิดหนี้ได้เร็วขึ้น
  • มีสภาพคล่องมากขึ้น จากส่วนต่างดอกเบี้ยที่ลดลง นำไปใช้กับค่าใช้จ่ายจำเป็นด้านอื่นได้

ข้อเสียของการรีไฟแนนซ์

  • ระยะเวลาผ่อนอาจนานขึ้น หากมีการจัดโครงสร้างยอดผ่อนใหม่
  • มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น ค่าดำเนินการรีไฟแนนซ์ ค่าใช้จ่ายจิปาถะ ค่าเสียเวลา และอาจมีค่าปรับกรณีไถ่ถอนก่อนกำหนด

ขั้นตอนการรีไฟแนนซ์ มีอะไรบ้าง

  1. ตรวจสอบสัญญากู้เดิม

    ติดต่อขอเอกสารสรุปยอดหนี้ทั้งหมดจากธนาคารเดิม เพื่อดูจำนวนเงินกู้ ระยะเวลาที่ชำระแล้ว และยอดคงเหลือที่ยังค้างชำระ จากนั้นนำเอกสารไปใช้ประกอบการยื่นขอรีไฟแนนซ์กับธนาคารใหม่

  2. เลือกธนาคารใหม่ที่ใช่

    เปรียบเทียบข้อเสนอจากหลายธนาคาร ทั้งอัตราดอกเบี้ย ระยะเวลาผ่อนชำระ และโปรโมชันต่าง ๆ เพื่อหาทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด โดยอัตราดอกเบี้ยต่ำสุดที่พบได้โดยทั่วไปจะอยู่ราว 2.39% - 2.89%

  3. เตรียมเอกสารให้พร้อม

    เอกสารหลักที่ต้องเตรียมสามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้

    • เอกสารส่วนตัว สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน ใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล และทะเบียนสมรสในกรณีกู้ร่วม
    • เอกสารแสดงหลักฐานทางการเงิน สำหรับพนักงานบริษัท ได้แก่ สลิปเงินเดือน หนังสือรับรองเงินเดือนไม่เกิน 3 เดือน และรายการเดินบัญชีย้อนหลัง 6 เดือน
    • เอกสารเจ้าของกิจการส่วนตัว เช่น เอกสารทะเบียนการค้า ทะเบียนบริษัท และหลักฐานการเสียภาษีเงินได้จากกรมสรรพากร
    • เอกสารหลักประกัน เช่น สำเนาโฉนดที่ดินหรือหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด สำเนาสัญญาซื้อขาย สำเนาสัญญากู้จากธนาคารเดิม สำเนาสัญญาจำนอง สำเนาใบเสร็จที่เกี่ยวข้องกับบ้าน และแผนที่ตั้งหลักประกันโดยสังเขป
  4. ยื่นขอสินเชื่อสำหรับการรีไฟแนนซ์

    เมื่อเตรียมเอกสารครบแล้ว ให้นำเอกสารไปยื่นกับธนาคารใหม่ โดยปกติการพิจารณาจะใช้เวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์ ธนาคารจะส่งเจ้าหน้าที่เข้าประเมินราคาหลักประกัน และเมื่ออนุมัติแล้วจะประสานกับธนาคารเดิมเพื่อนัดวันไถ่ถอน

  5. ทำสัญญาใหม่

    หลังได้รับอนุมัติ ผู้กู้ต้องนัดวันทำสัญญาใหม่และจดจำนองที่ดิน โดยนัดกับทั้งธนาคารใหม่และธนาคารเดิมภายในวันเดียวกันที่สำนักงานที่ดิน เพื่อโอนกรรมสิทธิ์และมอบโฉนดให้กับธนาคารใหม่ ถือเป็นการรีไฟแนนซ์ที่เสร็จสมบูรณ์

ค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์

แม้ค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์มักน้อยกว่าการซื้อบ้านหลังใหม่ แต่ก็ควรเตรียมงบสำหรับการดำเนินการไว้ล่วงหน้า โดยรายการที่พบได้บ่อยมีดังนี้

  • ค่าประเมินราคาบ้าน ประมาณ 2,000-3,000 บาท ขึ้นอยู่กับธนาคารและพื้นที่ให้บริการ
  • ค่าจดจำนอง คิดจาก 1% ของวงเงินกู้ ชำระให้กรมที่ดิน
  • ค่าอากรแสตมป์ คิดจาก 0.05% ของวงเงินกู้ ชำระให้กรมสรรพากร
  • ค่าประกันภัยอัคคีภัย โดยทั่วไปอยู่ในระดับหลักพันบาทต่อปี
  • ค่าประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อบ้าน หรือ MRTA ขึ้นอยู่กับความสมัครใจของผู้กู้
  • ค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ซึ่งแต่ละธนาคารอาจกำหนดแตกต่างกัน

รีไฟแนนซ์คุ้มไหม

การตัดสินใจว่ารีไฟแนนซ์คุ้มหรือไม่ ควรพิจารณาจากส่วนต่างของดอกเบี้ยที่ลดลง เทียบกับค่างวดใหม่ ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการรีไฟแนนซ์ และระยะเวลาคืนทุน หากเลือกธนาคารใหม่ที่คิดค่าใช้จ่ายต่ำและให้เงื่อนไขดอกเบี้ยเหมาะสม การรีไฟแนนซ์ก็สามารถช่วยลดภาระการเงินได้อย่างคุ้มค่า